4 เกมแข่งรถขึ้นหิ้งที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นตำนานของวงการ

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับประสบการณ์จริงโดยตรง แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวิดีโอเกมแข่งรถคือสิ่งที่สามารถช่วยสานฝันหรือตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่หลงใหลในความเร็วได้ ซึ่งเกมเมอร์หลายคนก็คงจะเคยมีประสบการณ์ที่ดีกับเกมรถแข่งกันอยู่แล้วมากมาย แต่ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้พัฒนาผลิตเกมแนวนี้ออกมากันมากเท่าไหร่ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ผู้คนต่างถามหาเกมเก่าที่เคยผ่านมือกันมาในอดีต เพราะความยอดเยี่ยมและคุณภาพที่ทำให้มันกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า ซึ่งวิดีโอเกมที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ล้วนเป็นเกมที่ได้รับการกล่าวขานกันมากที่สุด ถึงความเป็นตำนานบนวงการแข่งขันความเร็วในโลกวิดีโอเกม

Need For Speed

Need For Speed: Most Wanted 2005

อาจกล่าวได้ว่ามันคือเกมที่เข้าถึงเหล่าเกมเมอร์ได้กว้างที่สุด ด้วยตัวเกมที่มีเนื้อหาไม่ได้จำกัดแค่การแข่งรถประชันความเร็วเท่านั้น แต่ยังมีโหมดสำหรับการหนีการไล่ล่าของตำรวจมาสร้างความท้าทายให้แก่ผู้เล่นด้วย หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาขับรถชมวิวบนแผนที่ open world ขนาดใหญ่ก็สามารถทำได้ มันจึงถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่มอบความอิสระให้กับผู้เล่นมากที่สุดในช่วงยุคปี 2005

และถึงแม้ว่าในเกมภาคใหม่ ๆ ของ Need For Speed จะมีแนวทางการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่เพราะความคลาสสิกกับความน่าดึงดูดของเนื้อเรื่องโดยเฉพาะ BMW M3 GTR รถมาสคอตประจำซีรี่ส์ จึงทำให้เหล่าแฟนเกมส่วนใหญ่ต่างจดจำและยังคงสนุกกับระบบ open world ที่ได้รับความนิยมทุกนุคทุกสมัย แม้ว่าเกมจะเก่าไปแล้วก็ตาม

Burnout 3: Takedown

แม้คุณจะไม่เคยสัมผัสเกมนี้แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่เคยเห็นเกมเพลย์ของมัน เพราะตัวเกมไม่ได้แค่ได้รับความนิยมบน PC หรือ คอนโซล เท่านั้น แต่มันยังได้รับความนิยมมาถึงตู้เกมอาร์เขตที่ถูกตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าทุกแห่งมาตั้งแต่อดีต แถมปัจจุบันเราก็ยังคงเห็นมันหลงเหลือคอยให้บริการอยู่แม้อายุของเกมจะมากแล้วก็ตาม 

การชับรถไล่เบียดบดรถคู่แข่งถือเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดใจผู้เล่นได้เป็นอย่างมาก ประกอบกับ effect สุดมันส์สะใจที่ช่วยให้ผู้เล่นมีอารมณ์ร่วมท่ามกลางการขับขี่บนท้องถนนสุดโกลาหล ด้านเพลงประกอบก็จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะมันเป็นเพลงลิขสิทธิ์ที่มาจากวง My Chemical Romance, Yellowcard, Fall out Boy และวงอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนี้ก็คือจุดแข็งที่ทำให้ภาค 3 ดูมีเอกลักษณ์หน้าสนใจมากที่สุด

Gran Turismo 4

หากพูดถึงคุณภาพและความใส่ใจในลายละเอียด Gran Turismo คือที่สุดของวงการที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานก่อนใครตั้งแต่ยุคกราฟิก 32 บิต ซึ่งถึงแม้ว่าเนื้อหาจะไม่ได้โลดโผนหน้าดึงดูดเหมือนกับเกมแนว Arcade Racing ชนิดเด็กได้สัมผัสก็อาจจะมีเบือนหน้าหนี แต่เพราะความสมจริงนี้แหละที่ยังคงเป็นจุดแข็งทำให้ Gran Turismo ยังเป็นเกมที่น่าสนใจไม่เสื่อมคลาย

Gran Turismo 4 เปิดตัวพร้อมกับเสปคกราฟิกระดับแนวหน้าของเครื่องเล่นเกม PS2 ซึ่งเนื้อหาภายในก็จะยังคงเป็นการไต่เต้าการแข่งขันรถในคลาสต่าง ๆ ที่ผู้เล่นจะต้องสอบใบขับขี่ สร้างตัวจากรถมือสอง ก่อนจะขยับตนเองขึ้นไปขับรถระดับสูง แถมตัวเกมยังมาพร้อมกับรายการแข่งขันอันโด่งดังอย่าง 24 hrs. Race หรือ การแข่งขันในสนามแบบ 24 ชั่วโมงไม่พัก มาเป็นความท้าทายให้ผู้ที่หลงใหลในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้สัมผัสประสบการณ์กันอีกด้วย

Gran Turismo 4 เป็นเกมที่ติดชาร์ทอันดับ 3 ของเกมยอดขายสูงสุดบนแพลตฟอร์ม PS2 ด้วยจำนวน 11.76 ล้านก็อปปี้ เป็นลองอันดับ 2 ซึ่งเป็นซีรี่ส์เกมเดียวกันอย่าง Gran Turismo 3: A-Spec ซึ่งทำได้ 14.89 ล้านก็อปปี้ แต่เพราะภาค 4 เป็นเกมที่มีกราฟฟิกน่าเล่นกว่า จึงทำให้คนส่วนมากในปัจจุบันต่างถามหา Gran Turismo 4 กันแทน

Dirt Rally

Dirt Rally เกมชั้นนำของวงการเกมรถแข่งสายแรลลี่ ที่จุดขายของเกมนั้นคือความยากในการขับขี่บนเส้นทางอันสุดแสนอันตราย ที่ผู้เล่นจำเป็นจะต้องงัดทักษะสกิลการขับขี่ทุกอย่างที่มี ในการควบคุมรถไม่ให้แหกโค้งพุ่งออกนอกถนน โดยมันถือเป็นเกมชั้นครูที่มอบความกดดันอันมหาศาลให้แก่ผู้เล่นหน้าใหม่มากมาย จนต้องถึงขั้นเลิกลากันไป ฉะนั้นถ้าหากไม่แน่จริงก็อย่าหลงซื้อมันมาเล่นเชียว

และด้วยความสมจริงของระบบต่าง ๆ ในตัวเกม รวมไปถึงการต้องพึ่งพาทักษะการขับขั้นสูงจึงทำให้ Dirt Rally เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนเกมแข่งรถสายฮาร์ดคอร์เป็นอย่างมาก 

และนี่ก็คือรายชื่อเกมแข่งรถที่ได้รับการยอมรับและถูกผู้คนพูดถึงกันมากที่สุดจนถูกยกให้เป็นตำนานของวงการ ซึ่งในยุคปัจจุบันก็ได้มีเกมใหม่อื่น ๆ อย่าง Project Cars เกมแข่งรถแนว Simulator และ Forza Horizon เกมรถ open world ที่ได้กระแสตอบรับดีจนมีแนวโน้มว่าอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์เกมที่ถูกยกให้กลายเป็นเกมขึ้นหิ้งของวงการด้วยเช่นกัน

เขียนโดย : นายล้อหมุน

ทางเข้า bet168